ในครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารได้เสด็จประพาสมณฑลพายัพเมี่อจะออกเดินทางไปในป่า ผู้ที่ตามเสต็จพากันกลัวว่าจะเกิดภยันตรายต่าง ๆ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ทรงพระกรุณาดำรัสชี้แจงเพื่อให้คลายกังวลว่าเจ้าใหญู่นายโตเมื่อจะเสด็จที่ใดคงจะมีทั้งเทวดาและปีศาจ หรืออสูรอันเป็นสัมมาทิษฐิคอยติดตามป้องกันภยันตราย มิให้มากล้ำกรายพระองค์และบริพารผู้โดยเสด็จฯ
จากนั้นปรากฏว่าผู้ที่ตามเสด็จ ผู้หนึ่งกล่าวว่าฝันเห็นชายรูปร่างล่ำสันใหญ่โตแจ้งว่าชี่อหิรันย์ เป็นอสูรชาวป่า จะมาตามเสด็จ เพื่อคอยดูแลระวังมิให้ภยัน-ตรายทั้งปวงมากล้ำกรายพระองค์และข้าราชบริพาร ครั้นทรงทราบความจึงมีพระราชดำรัสให้จัดธูปเทียน และอาหารไปเซ่นที่ในป่าริมพลับพลา และเวลาเสวยค่ำทุกวัน ได้โปรดเกล้าฯ ให้เเบ่งพระกระยาหารจากเครื่องเสวยไปตั้งเช่นเสมอ หลังจากที่เสด็จประพาสมณฑลพายัพแล้วข้าราชบริพารก็พร้อมกันเชิญหิรันยอสูรให้ตามเสด็จ เมื่อเสด็จออกจากกรุงเทพฯด้วยเสมอ และโปรดให้เซ่นหิรันยอสูรอย่างเช่นเมี่อครั้งเสด็จมณฑลพายัพเป็นธรรมเนียม ตลอดมา
ครั้นเมื่อเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้ช่างหล่อรูปหิรันยอสูรด้วยทองสัมฤทธิ์ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่าท้าวหิรันยพนาสูร (สะกดตามลายพระราชหัตถเลขา) มีชฎาเทริดอย่างไทยโบราณ เเละไม้เท้าเป็นเครื่องประดับยศ
แรกนั้นรูปหล่อของท้าวหิรันยพนาสูรนี้สูงประมาณ ๒๐ ซ.ม. มีจำนวน ๔ องค์ องค์แรกเดิมประดิษฐานอยู่ข้างพระที่ในห้องพระบรรทม ปัจจุบันอยู่ที่วังรื่นฤดี ซึ่งสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรัตนราชสุดาสิริโสภาพัณณวดียังคงให้มีการถวายเครี่องเซ่นเป็นประจำทุกวัน องค์ที่ ๒ โปรดให้อัญเชิญไว้หน้าหม้อรถยนต์พระที่นั่ง ปัจจบันอยู่ที่หมวดรถยนต์หลวง โดยอัญเชิญไว้บนหิ้งบูชา องค์ที่ ๓ โปรดให้อัญเชิญไว้ที่กรมมหาดเล็กหลวง ปัจจุบันอยู่ที่พระที่นั่งราชกรัญยสภา ในพระบรมมหาราชวัง และองค์สุดท้ายอยู่ที่บ้านพระยาอนิรุทธเทวา อดีตอธิบดีกรมมหาดเล็กหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๖
ใน พ.ศ. ๒๔๖๕ เมื่อการสร้างพระราชวังพญาไทสำหรับประทับเป็นการถาวรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้โปรดเกล้าฯให้ช่างหล่อรูปท้าวหิรันยพนาสูรขนาดใหญ่ด้วยทองสัมฤทธิ์มีชฎาเทริดอย่างไทยโบราณ และไม้เท้าเป็นเครื่องประดับยศ มีพระราชพิธีบวงสรวงขอเชิญท้าวหิรันยพนาสูรเข้าสิงสถิตยนรูปสัมฤทธิ์เมื่อเป็นศาลเทพารักษ์ประจำพระราชวังพญาไทสืบไป
พญามังกร
ส่วนรูปพญามังกร ก็พบว่าเป็นพระราชนิยมใช้เป็นลายประดับอยู่บ่อยครั้ง สันนิษฐานว่าเป็นเพราะเสด็จพระราชสมภพในปีมะโรง รวมทั้งมังกรจัดเป็นสัตว์มงคลในทางความเชื่อของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมังกรห้าเล็บ ใช้เป็นสัญลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ ในพระราชวังพญาไท จะพบลายมังกรประดับเพดานของห้องพระบรรทม และเป็นปฏิมากรรมนูนต่ำที่บ่อน้ำพุ บริเวณมุขทางเข้าที่เชื่อมกับสวนโรมัน ณ พระที่นั่งพิมานจักรี รวมทั้งประดับเป็นส่วนประกอบของรูปปั้นที่สระน้ำอีกด้วย






พระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่ง เป็นอาคารอิฐ ฉาบปูน สูง 2 ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรม ผสมผสานระหว่างโรมาเนสก์กับโกธิค
พระราชอุทยานในพระราชวังพญาไทสำหรับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ
ย้อนกลับไปประมาณ 100 ปี ถนนราชวิถีเป็นเพียงถนนสายสั้นๆ เริ่มต้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาสุดที่ด้านหลังพระราชวังสวนดุสิต
เดิมมีนามว่า พระที่นั่งลักษมีพิลาส ตามพระนามของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระชายา อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี