PhyaThai Palace

Watch

หน้าแรก พระราชประวัติ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว - พระราชกรณียกิจสำคัญ

อีเมล พิมพ์ PDF
Article Index
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชกรณียกิจสำคัญ
พระเกียรติคุณและพระบรมราชานุสรณ์
ทุกหน้า

พระราชกรณียกิจสำคัญ

ถึงแม้รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะมีระยะสั้นเพียง ๑๕ ปี เท่านั้นก็ตาม  แต่ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นคุณประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยหลายด้านซึ่งจะได้นำมากล่าวเพียงสังเขปเฉพาะเรื่องสำคัญๆ ดังต่อไปนี้

 

ด้านการศึกษา

ตามโบราณราชประเพณีเมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นครองราชย์จะต้องสร้างวัดประจำรัชกาลไว้เป็นอนุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชดำริว่าวัดในประเทศไทยมีจำนวนมากอยู่แล้ว และการสร้างวัดในสมัยก่อนนั้นจุดประสงค์ประการหนึ่งก็เพื่อใช้เป็นสถานศึกษาจึงสมควรสร้างสถานศึกษาขึ้นโดยตรง

ดังนั้นใน .. ๒๔๕๓  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดินและพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งโรงเรียนมหาดเล็กหลวงขึ้นเป็นโรงเรียนในพระองค์  โดยดำเนินการตามแบบโรงเรียนกินนอน  (Public School) ชั้นดีของประเทศอังกฤษ มีการสอนและอบรมเด็กชายให้เป็นสุภาพบุรุษ ใช้ระบบให้นักเรียนปกครองกันเอง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามใหม่ว่าโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยเมื่อ .. ๒๔๖๙  ให้การศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย

.. ๒๔๖๑  ทรงตราพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ เพื่อควบคุมการดำเนินงานการศึกษาของเอกชนให้มีประสิทธิภาพ

.. ๒๔๖๔  ทรงตราพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ เพื่อควบคุมการดำเนินงานการศึกษาของเอกชนให้มีประสิทธิภาพ  

.. ๒๔๖๔  ทรงตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาขึ้น นับเป็นครั้งแรกในประวัติการศึกษาไทยที่ไดมีกฎหมายค้ำประกันความมั่นคงในการจัดการศึกษาในระดับนี้  มีสาระสำคัญ คือบังคับให้เด็กทึกคนที่มีอายุตั้งแต่ ปี บริบูรณ์ เรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนจนกระทั่งอายุ ๑๔ ปี บริบูรณ์

ในด้านการการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะโรงเรียนข้าราชการพลเรือนในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน .. ๒๔๕๙  นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย จึงอาจกล่าวได้ว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงวางรากฐานการศึกษาแผนใหม่ไว้ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา

 

ด้านการศาสนา

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระผนวชและประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร พรรษา  ทรงรอบรู้ในหลักพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ได้ทรงพระราชนิพนธ์หนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไว้หลายเล่ม เช่นพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร”  และ เทศนาเสือป่าซึ่งรวบรวมเรื่องที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาต่างๆ ที่ทรงบรรยายแก่เสือป่าทุกวันเสาร์ต่อจากการบรรยายเรื่องวิชาทหาร

เมื่อครั้งที่พระองค์ทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงพบพระพุทธรูปโบราณองค์หนึ่งที่เมืองศรีสัชนาลัย องค์พระชำรุดมากแต่ส่วนอื่นๆ  ยังดีอยู่ ได้โปรดเกล้าฯ ให้ช่างปั้นและหล่อองค์พระขึ้นใหม่มีขนาดสูง ๑๒ ศอก นิ้ว เป็นพระพุทธรูปยืน พระราชทานนามว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทรานิตย์ธรรมโหมภาส มหาวชิราวุธปูชนียบพิตร ประดิษฐานไว้ พระวิหารโถงด้านหน้าของพระปฐมเจดีย์เมื่อ .. ๒๔๕๘

 

ด้านการเศรษฐกิจและการส่งเสริมสินค้าไทย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าน ให้จัดตั้งคลังออมสิน ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ เมษายน .. ๒๔๕๖  เพื่อให้ราษฎรรู้จักประหยัดเก็บสะสม  ทรัพย์และนำเงินไปฝากไว้อย่างปลอดภัย  ในปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นเป็นธนาคารออมสิน  .. ๒๔๕๙  โปรดเกล้าฯ ให้เลิกการพนันบ่อนเบี้ย ซึ่งเป็นเหตุทำลายความมั่งคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

 

พระองค์ทรงเห็นการณ์ไกลว่าเมื่อประเทศชาติรุ่งเรืองขึ้นในภายหน้าจะต้องมีการก่อสร้างบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ และสถานที่ราชการตามแบบอารยประเทศ  จำเป็นต้องใช้ซีเมนต์เป็นจำนวนมาก ซึ่งวัตถุดิบที่จะใช้ในการผลิตซีเมนต์หาได้ในประเทศทั้งสิ้น  จึงทรงริเริ่มก่อตั้งบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ขึ้นเมื่อ .. ๒๔๕๖

 

ด้านการส่งเสริมการผลิตและการจำหน่ายสินค้าหัตถศิลป์ไทย  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดงานฤดูหนาวในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  บางปีได้จัดขึ้นที่สนามเสือป่า วัดเบญจมบพิตร สวนสราญรมย์ และท้ายที่สุดได้โปรดเกล้าฯ ให้เตรียมงานแสดงสินค้าและผลิตผลในด้านอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ใน .. ๒๔๖๘  เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติ และเผยแพร่ให้ชาวไทยและชาวต่างประเทศเกิดความสนใจสินค้าไทย พระราชทานนามว่างานสยามพิพิธภัณฑ์แต่งานต้องเลิกล้มไปเพราะเสด็จสวรรคต  สถานที่จัดงาน คือสวนลุมพินีในปัจจุบัน  เป็นที่ดินส่วนพระองค์ได้พระราชทานให้เป็นสมบัติของชาติ  เพื่อใช้เป็นสวนสาธารณะเมื่อ .. ๒๔๖๘ 

 

ด้านการคมนาคม

ได้ทรงปรับปรุงและขยายกิจการรถไฟตั้งแต่ .. ๒๔๖๐   เป็นต้นมา  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้รวมกรมรถไฟซึ่งเคยแยกเป็น กรม เข้าเป็นกรมเดียวเรียกว่ากรมรถไฟหลวง”  การเจาะอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดลอดเขาขุนตานก็เป็นผลสำเร็จในรัชกาลนี้ได้เริ่มเปิดการเดินรถไฟสายกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ ทรงเปิดรถด่วนระหว่างประเทศสายใต้ติดต่อกับรถไฟมลายู  (มาเลเซียจากธนบุรีไปเชื่อมกับปีนังและสิงคโปร์

นอกจากนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานพระราม   ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา  เชื่อมทางรถไฟทั้งปวงในพระราชอาณาจักรโดยโยงเข้ามาสู่ศูนย์กลางที่สถานีหัวลำโพง ได้ทรงตั้งกรมอากาศยานทหารบก เริ่มการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศระหว่างกรุงเทพฯ ได้ยังจันทบุรีเป็นครั้งแรกใน .. ๒๔๖๒

 

ด้านการแพทย์และสาธารณสุข

ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง วชิรพยาบาล เมื่อ .. ๒๔๕๕   และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อ .. ๒๔๕๗   ใน .. ๒๔๖๕ ทรงเปิดสถานเสาวภา เพื่อให้ทำหน้าที่ช่วยชีวิตผู้ที่ถูกสัตว์ร้ายกัดและทำเชื้อป้องกันโรคระบาดเป็นประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยและประเทศใกล้เคียงด้วย

 

ด้านการปกครองและการฝึกสอนระบอบประชาธิปไตย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราข้อบังคับลักษณะปกครองหัวเมืองชั่วคราวเพื่อการบริหารราชการส่วนภูมิภาค  เปลี่ยนคำเรียกชื่อเมืองเป็นจังหวัด  รวมมณฑลเป็นภาค  ทรงยกกรมทหารเรือเป็นกระทรวงทหารเรือ เปลี่ยนชื่อกระทรวงธรรมการเป็นกระทรวงศึกษาธิการ  ทรงจัดระเบียบราชการกระทรวงยุติธรรมขึ้นใหม่  ทรงจัดตั้งเนติบัณฑิตยสภา และกรมมหรสพ

 

ใน .. ๒๔๕๔ (..๑๓๐) ได้เกิดการคบคิดจะปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย  คณะผู้ก่อการปฏิวัติเป็นนายทหารหนุ่มกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่พอใจการปกครองระบอบราชาธิปไตยขณะนั้น  ต้องการเปลี่ยนเป็นระบอบประชาธิปไตยแต่ทำการไม่สำเร็จ ถูกตัดสินลงโทษดังนี้

 

ผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตแล้วได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือตลอดชีวิต คน  ผู้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือจำคุก ๒๐ ปี ๒๐ คน  ส่วนอีก ๖๘ คน  ให้รอลงอาญา ต่อมาผู้ที่ต้องโทษทั้งหมดนี้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน .. ๒๔๖๗

 

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับระบอบการปกครองนี้จากประเทศอังกฤษ  ในจดหมายเหตุรายวันของพระองค์ได้ทรงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าเมืองไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยอย่างแน่นอน แต่พระองค์มิได้ทรงจัดดำเนินการในทันที  ได้ทรงให้ทดลองระบอบประชาธิปไตยทีละเล็กทีละน้อยเพื่อให้เหมาะสมกับคนไทยและประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ทรงจัดตั้ง The new Republic (สาธารณรัฐใหม่ที่กรุงปารีส และเมืองมัง ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดาเดิม หลังที่สุดทรงทดลองระบอบประชาธิปไตยคือสร้างเมืองจำลองดุสิตธานีขึ้นเมื่อ .. ๒๔๖๑  ดุสิตธานีเดิมอยู่ในพระราชวังดุสิต ต่อมาได้ทรงย้ายไปที่พระราชวังพญาไท เมื่อ .. ๒๔๖๒

 

ดุสิตธานี เป็นเมืองจำลองเล็กๆ มี อำเภอ  มีบ้านเรือนประมาณ ๓๐๐ หลัง มีถนนหนทาง  วัด ร้านค้า โรงเรียน โรงพยาบาล  สถานที่ประชุม พระราชวังและสวนสาธารณะ  เรื่องสำคัญที่สุดของเมืองประชาธิปไตยนี้คือการทดลองปฏิบัติตามวิถีทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย

ดุสิตธานีมีนคราภิบาลทำหน้าที่บริหาร  มีพรรคการเมือง พรรค คือ พรรคแพรแถบสีน้ำเงิน  และพรรคแพรแถบสีแดงซึ่งมีความเห็นขัดแย้งกัน  มีหนังสือพิมพ์ ฉบับ เพื่อแถลงข่าวตลอดจนวิพากวิจารณ์กิจการในดุสิตธานีตามแนวประชาธิปไตย คือ ดุสิตสมิตรายสัปดาห์   ดุสิตสมัย  และดุสิตสักขี   ซึ่งออกรายวัน  ได้ทดลองให้มีการเลือกตั้ง แบบ  คือ แบบเลือกนคราภิบาลโดยตรง  และแบบให้เลือกตั้งเชษฐบุรุษเหล่านั้น

ดุสิตธานีที่พระราชวังพญาไท ได้สลายตัวไปหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สวรรคต เมื่อ .. ๒๔๖๘

 

ด้านกิจการเสือป่าและลูกเสือ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งกองเสือป่าขึ้นเมื่อวันที่ พฤษภาคม .. ๒๔๕๔  มีความมุ่งหมายเพื่อฝึกอบรมข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ให้ได้รับการฝึกหัดอย่างทหารซึ่งจะทำให้เป็นราษฎรที่มีคุณภาพที่มี มีวินัย เคารพกฎหมายบ้านเมืองและเพื่อปลุกใจให้มีความรักในพระมหากษัตริย์ ชาติ ศาสนา และเพื่อส่งเสริมความสามัคคี

เสือป่ามีหน้าที่ช่วยเจ้าหน้าที่รักษาความสงบทั่วไปในบ้านเมือง  เช่น ช่วยจับกุมคนร้าย  ช่วยเหลือเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ล้อมวงที่ประทับเมื่อเสด็จไปในที่เกิดซึ่งมีคนพลุกพล่านและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในด้านต่างๆ 

เสือป่ามี พวกคือ กองเสือป่าหลวง และกองเสือป่ารักษาดินแดน กิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งของเสือป่า คือ การซ้อมรบหรือประลองยุทธ์ซึ่งมักกระทำในต่างจังหวัด เช่น นครปฐม ราชบุรี ในการซ้อมรบใหญ่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงเป็นจอมทัพด้วยพระองค์เอง พระองค์ยังได้พระราชทานที่ดินเป็นที่ชุมนุมเสือป่าและลูกเสือ ที่เยกว่าสนามเสือป่าในปัจจุบัน  และสโมสรเสือป่าซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นร้านสหกรณ์พัฒนาในขณะนี้

ถึงแม้ว่ากองเสือป่าต้องเลิกล้มไปหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต  แต่พรราชดำริเกี่ยวกับการให้พลเรือนมีส่วนในการรักษาดินแดน มิได้สูญหายไป เนื่องจากได้มีการจัดตั้งกรมการรักษาดินแดนขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงกลาโหม เมื่อ .. ๒๔๙๑ ได้ดำเนินการฝึกหัดนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา และนิสิต นักศึกษาในมหาวิทยาลัยให้มีความรู้ในวิชาการทหาร  มีความรู้และความสามารถในการรบเพื่อช่วยเหลือกำลังของกองทัพได้

นอกจากกองเสือป่าแล้ว พระองค์ยังทรงริเริ่มจัดตั้งกองลูกเสือ กองลูกเสือกองแรกจัดตั้งขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง  คือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยในปัจจุบัน เมื่อ .. ๒๔๕๔  เพื่อฝึกเยาวชนให้มีคุณสมบัติที่ดี  มีความสามัคคี ความมานะอดทนและเสียสละเพื่อส่วนรวม และเป็นผู้ช่วยรบได้ในยามคับขัน ต่อมาได้ขยายกิจการไปทั่วประเทศ   ได้พระราชทานคติพจน์ให้แก่คณะลุกเสือว่าเสียชีพอย่าเสียสัตย์”  และยังได้ทรงแสดงคุณค่าของการเป็นลูกเสือไว้ในพระราชนิพนธ์บทละครพูดเรื่องหัวใจนักรบและความดีมีไชย” 

กิจการลูกเสือไทยได้เจริญรุ่งเรืองเป็นคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองมาจนทุกวันนี้และได้มีวิวัฒนาการเป็นกองอาสารักษาดินแดน ลูกเสือชาวบ้าน และเนตรนารี  เป็นต้น

 

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เมื่อเกิดมหายุทธสงครามโลกครั้งที่   ขึ้นในทวีปยุโรป เมื่อ .. ๒๔๕๗  ประเทศเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี   บัลแกเรีย และตุรกีซึ่งเป็นกลุ่มมหาอำนาจกลางได้ทำสงครามกับกลุ่มประเทศฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งประกอบด้วยประเทศอังกฤษ  ฝรั่งเศส  รุสเซีย เป็นผู้นำ  ต่อมาประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ได้เข้าร่วมด้วย  ในตอนต้นของสงครามประเทศไทยได้ประกาศตนเป็นกลาง  แต่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราชโองการประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม .. ๒๔๖๐  เพื่อรักษาสิทธิของประเทศ  และเพื่อความเที่ยวธรรมของโลกเป็นส่วนรวม  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งอาสาสมัครไปร่วมรบในสมรภูมิยุโรปด้วย

การเข้าร่วมสงครามโลกในครั้งนั้นเป็นผลดีแก่ประเทศเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะผู้ชนะสงคราม  ประเทศไทยสามารถเจรจากับประเทศมหาอำนาจหลายประเทศขอแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม        คือ สิทธิสภาพนอกอาณาเขตซึ่งแต่เดิม ถ้าคนต่างด้าวทำความผิดในประเทศไทยให้ศาลกลสุลของประเทศนั้นๆ พิจารณาคดีโดยใช้กฎหมายของชาติต่างด้าวนั้นๆ  ทั้งกงสุลของชาติต่างด้าวนั้นยังมีสิทธิควบคุมการพิจารณาและตัดสินคดีอีกด้วย  อีกเรื่องหนึ่ง คือการถูกจำกัดอำนาจการเก็บภาษีของประเทศไทยสำหรับสินค้าต่างด้าวซึ่งทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบทางการค้าเป็นอันมาก

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ ดร.ฟรานซิส บี แซยร์ (Dr. Francis B Sayre) ชาวอเมริกันซึ่งต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยา           กัลยาณไมตรี  เป็นที่ปรึกษาราชการกระทรวงการต่างประเทศ   เป็นผู้มีอำนาจเต็มเดินทางปาเจรจาแก้ไขสนธิสัญญาดังกล่าวเป็นผลสำเร็จในระหว่าง .. ๒๔๖๙  มีผลทำให้ประเทศไทยพ้นสภาพการเสียเปรียบในด้านการศาลและสามารถเก็บภาษีอากรตามกฎหมายไทย

เนื่องมาจากการที่ประเทศไทยประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนี และออสเตรีย ฮังการี โดยฝ่ายไทยเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระราชดำริให้เลิกการใช้ธงช้างเดิมซึ่งเป็นธงสีแดงมีรูปช้างเผือกตรงกลางเป็นธงชาติ  และทรงริเริ่มการใช้ธงชาติที่มี สี คือ สีแดง ขาว น้ำเงิน  ตามลักษณะธงชาติของประทศที่เป็นสัมพันธมิตรกับประเทศไทยได้ใช้อยู่เรียกว่า     “ธงไตรรงค์”  เริ่มตั้งแต่ .. ๒๔๖๐  เป็นต้นมา

ดังนั้นเมื่อกองทหารไทยซึ่งมีพระยาชาญไชยฤทธิ์ (ผาด  เทพหัสดิน อยุธยา) สงครามโลกครั้งที่   กับฝ่ายสัมพันธมิตรในทวีปยุโรปเมื่อ .. ๒๔๖๑  นั้น ธงไตรรงค์ของไทยก็ไปโบกสะบัดในประเทศต่างๆ ในทวีปยุโรป เผยแพร่ชื่อเสียงของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ

ทหารอาสาจำนวนหนึ่งซึ่งไปราชการสงครามครั้งนี้ได้เสียชีวิตลง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่   ไว้เป็นอนุสรณ์สถานที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของท้องสนามหลวง  กรุงเทพมหานครเมื่อ .. ๒๔๖๒  เพื่อเป็นที่ระลึกถึงวีรกรรมของบุคคลเหล่านั้นโดยกำหนดเป็นรัฐพิธีเป็นประจำทุกปีในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสงครามโลกครั้งที่ ยุติ 

 

ด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทะนุบำรุงและฟื้นฟูศิลปกรรมไทยทุกสาขา  และทรงส่งเสริมวัฒนธรรมไทย เพราะทรงตระหนักดีว่าศิลปวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่แสดงความเจริญรุ่งเรืองของชาติ

เนื่องจากทรงมีโอกาสทอดพระเนตรศิลปะการแสดงหลายสาขาในระหว่างประทับ ต่างประเทศ  เมื่อเสด็จกลับประเทศไทยจึงทรงส่งเสริมและอนุรักษ์นาฏศิลป์และการละครด้วยทรงประจักษ์ในคุณค่าศิลปะและวัฒนธรรมไทย  ใน ..๒๔๕๔  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมมหรสพขึ้นโดยรวมเอากรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการมหรสพทั้งในด้านนาฏศิลป์และดุริยางคศิลป์มาไว้ที่กรมมหรสพที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้ เช่น กรมโขน กรมปี่พาทย์มหาดเล็ก และกองเครื่องสายฝรั่งหลวง  เป็นต้น  และยังได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงละครหลวงไว้ในพระราชวังทุกแห่งเพื่อใช้แสดงละคร

ในด้านจิตรกรรม ทรงส่งเสริมการวาดจิตรกรรมฝาผนัง เช่น ทรงให้ทดลองเขียนภาพเทพชุมนุม ในห้องพระเจ้า พระที่นั่งพิมานปฐมในพระราชวังสนามจันทร์ก่อนที่จะนำไปวาดผนังพระวิหารทิศ  วัดพระปฐมเจดีย์ ทั้งยังทรงพระกรุณาให้หาผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศด้านจิตรกรรมและประติมากรรม ได้แก่ Carrado Feroci หรือที่รู้จักในนามนามศิลปะพีระศรี”  เข้ามาเพื่อส่งเสริมให้ศิลปินไทยได้เรียนรู้ศิลปะสากลอันส่งผลต่อการพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะไทย  ส่วนพระองค์นั้นทรงสนพระทัยในการวาดภาพล้อและไดทรงวาดภาพล้อไว้หลายชุด  รวมทั้งทรงวาดภาพล้อของข้าราชบริพารไว้เป็นอันมาก  ภาพฝีพระหัตถ์เหล่านี้ถ้าเป็นภาพล้อของผู้ใดนั้นก็จะขอซื้อในราคาสูง  เงินค่าจำหน่ายภาพทั้งหมดส่งเข้ามาสมทบทุนการกุศล  และภาพล้อทุกภาพก็จะนำไปลงพิมพ์ในหนังสือดุสิตสมิต

ด้านสถาปัตยกรรม ทรงพอพระราชหฤทัยรูปแบบอาคารทรงไทย  จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งแบบไทยหลังแรก  คือพระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม เป็นพระที่นั่งท้องพระโรงสำหรับเสด็จออกขุนนาง  ใช้แสดงโขนและเป็นที่อบรมเสือป่า  อาคารทรงไทยอื่นๆ  ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น  ได้แก่ อาคารโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ตั้งแต่ยังเป็นโรงเรียนมหาดเล็กหลวง  และตึกอักษรศาสตร์ซึ่งเป็นอาคารหลังแรกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย       เป็นต้น

 

ด้านวัฒนธรรม   ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินามสกุลขึ้นเมื่อ .. ๒๔๕๖  นับเป็นการเริ่มต้นที่คนไทยได้มีนามสกุลใช้  มีพระราชประสงค์ให้นามสกุลเป็นหลักของการสืบเชื้อสายต่อเนื่องกันทางบิดาผู้ให้กำเนิด  เป็นศักดิ์ศรีและแสดงสายสัมพันธ์ในทางร่วมสายโลหิตของบุคคล  นามสกุลก่อให้เกิดความเป็นหมู่คณะ  ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างเครือญาติและทำให้เจ้าของสกุลสำนึกในความชั่วความดีและปฏิบัติตนดีเพื่อรักษาเกียรติของสกุลตนไว้  นามสกุลจึงนับเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาติ

นอกจากพระองค์เป็นผู้ให้กำเนิดนามสกุลแล้วยังได้พระราชทานนามสกุลแก่ผู้ที่ขอพระราชทานด้วย  โดยทรงกำหนดนามสกุลอย่างมีระเบียบแบบแผนทั้งด้านเชื้อสาย  อาชีพถิ่นฐานของแต่ละบุคคล   จำนวนนามสกุลพระราชทานทั้งหมดประมาณ ,๔๓๒  นามสกุล

 

ด้านวรรณกรรมและหนังสือพิมพ์

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดงานด้านวรรณกรรมมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์  ได้ทรงเริ่มงานประพันธ์ตั้งแต่ยังทรงศึกษาอยู่ ประเทศอังกฤษ  โดยทรงริเริ่มออกวารสารรายสัปดาห์สำหรับเด็กชื่อว่า The Screech  Owl  และได้ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องสำหรับเด็กไว้ในวารสารนี้ด้วย

พระราชนิพนธ์ของพระองค์มีเป็นจำนวนนับพันและมีทุกประเภทวรรณศิลป์ ได้แก่ โขน ละคร พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท  พระบรมราชานุศาสนีย์  เทศนาเสือป่า  นิทานบทชวนหัว  สารคดี  บทความในหนังสือและร้อยกรอง นอกจากนี้ยังทรงพระราชนิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษไว้หลายเรื่อง

พระนามแฝงที่ทรงใช้อยู่มีเป็นจำนวนมาก  เช่น ศรีอยุธยา  รามจิตติ  พันแหลม  อัศวพาหุ         เป็นต้น   พระราชนิพนธ์แต่ละเรื่องของพระองค์นอกจากให้สาระและความเพลิดเพลินแล้วยังเต็มไปด้วยสุภาษิตข้อคิดและคำคม   เป็นมรดกทางวรรณกรรมที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน พระองค์ทรงใช้วรรณกรรมปลุกใจให้รักชาติรักความเป็นไทยอีกด้วย  เช่น ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องพระร่วงและโคลงสยามานุสสติ   เป็นต้น รัชสมัยของพระองค์นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูวรรณกรรมทุกประเภทของไทย

ในด้านส่งเสริมการแต่งหนังสือ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติวรรณคดีสโมสร  ขึ้นเมื่อวันที่ ๒๓  กรกฎาคม .. ๒๔๕๗  งานสำคัญอย่างหนึ่งของวรรณคดีสโมสรคือการพิจารณายกย่องหนังสือประเภทต่างๆ  ที่แต่งได้ดีเยี่ยม  ปรากฏว่าบทละครพูดเรื่องหัวใจนักรบ”   บทละครพูดคำฉันท์เรื่องมัทนะพาธาและพระราชนิพนธ์เรื่องพระนลคำหลวง”  เป็นพระราชนิพนธ์ของพระองค์ที่วรรณคดีสโมสรยกย่อง

ด้านงานหนังสือพิมพ์  ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทความสำคัญๆ ลงในหนังสือพิมพ์ เช่นยิวแห่งบูรพาทิศ”  ลงหนังสือพิมพ์สยามออกเซอร์เวอร์และโคลนติดล้อ”  ลงในหนังสือพิมพ์  “กรุงเทพ   เดลิเมล์”  นับว่าพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ทรงใช่หนังสือพิมพ์เป็นสื่อทั้งในด้านให้ข่าวสาร  แสดงความคิดเห็น  และปลุกใจให้รักชาติ

นอกจากนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตราพระราชบัญญัติการพิมพ์ฉบับแรกขึ้นเรียกว่าพระราชบัญญัติสมุดเอกสารแลหนังสือพิมพ์ .. ๒๔๖๕”  นับได้ว่าพระองค์เป็นทั้งนักประพันธ์ กวี และนักหนังสือพิมพ์ 

 



แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 03 มีนาคม 2009 เวลา 09:36 น. )  
ป้ายโฆษณา

สมัครสมาชิก


พระที่นั่งพิมานจักรี

Sample image พระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่ง เป็นอาคารอิฐ ฉาบปูน สูง 2 ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรม ผสมผสานระหว่างโรมาเนสก์กับโกธิค อ่านเพิ่มเติม

สวนโรมัน

Sample 6 พระราชอุทยานในพระราชวังพญาไทสำหรับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ อ่านเพิ่มเติม

โรงนา

Sample image ย้อนกลับไปประมาณ 100 ปี ถนนราชวิถีเป็นเพียงถนนสายสั้นๆ เริ่มต้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาสุดที่ด้านหลังพระราชวังสวนดุสิต อ่านเพิ่มเติม

พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส

Sample image เดิมมีนามว่า พระที่นั่งลักษมีพิลาส ตามพระนามของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระชายา อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี  อ่านเพิ่มเติม