“ชมรมคนรักวัง ถึง...มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท”

นับเวลาย้อนหลังไปเมื่อสิบปีก่อน ในปี ๒๕๔๐ ภายหลังเสร็จสิ้นงาน “วันอนุรักษ์โบราณสถานพระราชวังพญาไท ครั้งที่ ๒” กลุ่มบุคคลผู้เป็นกำลังสำคัญในการจัดงานดังกล่าวได้ปรึกษาหารือถึงวิธีการที่จะดำเนินงานต่อไปเพื่อสนับสนุนโครงการบูรณะพระราชวังพญาไทให้สำเร็จลุล่วง ผลจากการหารือกันนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมคือ ชมรมคนรักวัง ซึ่งเป็นการรวมกำลัง รวมน้ำใจของผู้ที่มีความรักความหวงแหนในโบราณสถานของชาติ มีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการสังกัดกรมแพทย์ทหารบกและโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าที่ได้เติบโตมีความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานภายใต้พระบรมนามาภิไธย “พระมงกุฎเกล้า” จึงปรารถนาที่จะตอบแทนคุณให้แก่หน่วยงานที่ได้ใช้พระราชวังของพระองค์เป็นสถานที่ศึกษาและปฏิบัติงานมา ชมรมคนรักวังจึงถือกำเนิดโดยมีการประชุมคณะกรรมการครั้งแรกเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๐ การดำเนินงานหลักๆ ของชมรมคนรักวัง ก็คือ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์พระราชวังพญาไทให้เป็นที่รู้จัก เมื่อเป็นที่รู้จักกันแล้ว...ก็ค่อยๆ จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อฟื้นฟูความมีชีวิตชีวาให้กลับคืนสู่สถานที่แห่งนี้ รวมทั้งเพื่อรณรงค์หารายได้สมทบทุนโครงการบูรณะพระราชวังพญาไท ซึ่งมีโครงการ...แต่ไม่มีงบประมาณสนับสนุน!!!
ตลอดเวลาสิบปีที่ผ่านมา ชมรมคนรักวังพยายามอย่างยิ่งที่จะทำงานหาทุนเลี้ยงตัวเองและประคับประคองให้อยู่รอดต่อไปได้ รวมทั้งหารายได้ช่วยเหลือโครงการบูรณะพระราชวังพญาไท บางครั้งบางคราว...ชมรมก็ลืมนึกถึงตัวเอง ลืมว่าต้องมีรายได้เพื่อจ่ายค่าตอบแทนแก่เจ้าหน้าที่สำนักงาน (เจ้าหน้าที่ก็ต้องรับประทานอาหาร...เดินทางก็เสียค่าพาหนะค่ะ) จ่ายค่าอุปกรณ์เครื่องใช้ในสำนักงาน จ่ายค่าแม่บ้านดูแลความสะอาดของพระราชวังฯ ฯลฯ นึกถึงแต่จะหารายได้ให้โครงการบูรณะพระราชวังพญาไท มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ชมรมได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าที่กรุณาสนับสนุนให้แม่บ้านของโรงพยาบาลมาดูแลทำความสะอาดสถานที่ให้ แต่ต่อมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลง สาเหตุเพราะใช้งบประมาณผิดประเภท (มั้ง!) ชมรมก็เลยต้องทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ แต่ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ พวกเจ้าหน้าที่สำนักงานก็พยายามก้มหน้าก้มตาทำงานโดยถือว่า...เราทำเพื่อฉลองพระเดชพระคุณเจ้านายที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ รวมไปถึงต้องบริการและอำนวยความสะดวกให้แก่ส่วนราชการอีกด้วย

ในช่วงแรกๆ ที่ชมรมได้พยายามเน้นการประชาสัมพันธ์เปิดตัวแนะนำพระราชวังพญาไทให้เป็นที่รู้จัก ข้าราชการแพทย์ พยาบาลและบุคลากรภายในรั้วโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหลายๆ ท่านยังไม่รู้จักพระราชวังแห่งนี้ ไม่เคยทราบประวัติความเป็นมา อย่าว่าแต่บุคคลภายนอกจะไม่รู้จักเลย บุคคลภายในเองก็มีมากที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพระราชวังพญาไทและประวัติความเป็นมาของโรงพยาบาลที่ตนทำงานอยู่ เมื่อเร็วๆ นี้ในช่วงใกล้วัน “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนของทุกปีและเป็นวันสถาปนาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย ปกติในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่มีการสอบถามหาข่าวหาประวัติของวันดังกล่าว เช้าวันที่อากาศดีวันหนึ่ง...และแล้วก็มีโทรศัพท์ภายในจากประชาสัมพันธ์โรงพยาบาลฯโทรมาถามว่า พอจะทราบไหมว่า รัชกาลที่ ๖ มีความสำคัญ หรือเกี่ยวข้องอะไรกับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อันนี้ดิฉันคิดเองส่วนตัวนะคะว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์น่าจะต้องทราบ เพราะที่ไหนๆ ก็ตาม ฝ่ายประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ให้ข้อมูลรายละเอียดของหน่วยงาน/องค์กรนั้นๆ แต่เมื่อประชาสัมพันธ์ที่นี่ไม่ทราบ โทรมาถาม...ก็ไม่เป็นไร !!! ดิฉันก็ตอบว่า โรงพยาบาลได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระบรมนามาธิไธย “พระมงกุฎเกล้า” มาเป็นชื่อโรงพยาบาล และพื้นที่ทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังพญาไท เป็นที่ประทับของพระองค์ คงจะเกี่ยวข้องกัน !!! นี่เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เล่าสู่กันฟัง ย้อนกลับมาเรื่องการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปและข้าราชการภายในได้รู้จักซึมซับในคุณค่าและความสำคัญของสถานที่แห่งนี้ ตลอดจนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชาติ ชมรมก็พยายามดึงคนในให้มาร่วมงาน ยกตัวอย่างเช่น เชิญร่วมเป็นกรรมการ จัดฝึกอบรมวิทยากรนำชมพระราชวังฯ โดยรับแพทย์และพยาบาล ตลอดจนนักเรียนพยาบาลเข้ามาอบรม เพื่อปลูกฝังความรักความหวงแหนและตระหนักในคุณค่าของโบราณสถานแห่งนี้ สถานที่ที่ท่านๆ ทั้งหลายเดินผ่านไปผ่านมากันทุกวัน หรือมาจอดรถบ้าง ขึ้นมาพบผู้บังคับบัญชาบ้าง เมื่อท่านเหล่านั้นเข้ารับการอบรมเป็นวิทยากรนำชมฯ นั้น ท่านก็ต้องศึกษาเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรม เมื่อผ่านการฝึกอบรมดังกล่าวแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยขยายผลต่อๆ ไปยังข้าราชการและบุคลากรในหน่วยงาน รวมทั้งเป็นฝ่ายต้อนรับเป็นหน้าเป็นตาให้กับส่วนราชการต่อไป การจัดฝึกอบรมวิทยากรนำชมพระราชวังฯ นี้ก็เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมหารายได้ของชมรม ต่อมาเมื่อกองทัพบกมีนโยบายเปิดสถานที่สำคัญๆ ของกองทัพบกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว พระราชวังพญาไทนี้ก็ได้ร่วมเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวของกองทัพบก ชมรมจึงเปิดให้บริการเยี่ยมชมพระราชวังฯ ทุกวันเสาร์โดยมีวิทยการอาสาสมัครนำชมฯ ในปัจจุบันนี้ จากความพยายาม ความมุ่งมั่นและความอดทนของคณะกรรมการฯ ทำให้พระราชวังพญาไทเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมทั้งชื่อของชมรมคนรักวังก็มีผู้รู้จักมากขึ้นด้วยเช่นกัน
การดำเนินงานของชมรมคนรักวังที่ผ่านมาต้องประสบอุปสรรคและข้อขัดข้องนานาประการ ทั้งนี้ เนื่องจากชมรมเป็นเพียงองค์กรอิสระ (N.G.O.) อันที่จริงชมรมเองก็มีความคิดที่จะจัดตั้งเป็นมูลนิธิมานานแล้ว โดยคณะกรรมการฯได้พิจารณาไตร่ตรองข้อดีข้อเสียต่างๆ อีกทั้งอย่างน้อยโครงการบูรณะพระราชวังพญาไทก็ยังได้พึ่งพิงมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยมีกองทุนบูรณะพระราชวังพญาไทฝากอยู่ในมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าด้วย ตราสารข้อบังคับของมูลนิธิฯ ซึ่งได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลังก็ได้ระบุไว้ว่า มูลนิธิฯ จะให้การสนับสนุนกิจการของพระราชวังพญาไท เมื่อชมรมทำงานให้โครงการบูรณะฯ มูลนิธิโรงพยาบาลฯ ก็คงจะสนับสนุนชมรม จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน กิจการของพระราชวังฯ อาจมีสะดุดบ้าง ดังนั้น ชมรมจึงเริ่มดำเนินการขอจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาเอง ในชื่อ “มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท” และด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เมื่อความทราบฝ่าพระบาท จึงทรงพระกรุณารับมูลนิธิฯ ไว้ในพระอุปถัมภ์ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๙ เป็นต้นมา วัตถุประสงค์หลักของมูลนิธิฯ คือ สนับสนุนให้มีการบูรณะพระราชวังพญาไทให้สง่างามสมกับที่เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพระราชวังพญาไทและพระราชวังอื่นๆ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ดำเนินกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อมและศิลปวัฒนธรรมต่างๆ

ชมรมคนรักวังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในปี ๒๕๕๐ นี้ ซึ่งจะครบ ๑๒๗ ปีวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” เมื่อการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิฯ แล้วเสร็จ จะสามารถดำเนินกิจการให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ ทั้งนี้โดยชมรมคนรักวังก็ยังจะเป็นกลไกในการทำงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมต่างๆ อยู่ต่อไป เพื่อให้พระราชวังแห่งนี้มีชีวิตชีวา ท่านสมาชิกและประชาชนทั่วไป ท่านก็สามารถร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกันอนุรักษ์พระราชวังพญาไท “บ้าน” ของพระองค์ท่านได้โดยร่วมกันบริจาคสมทบ “กองทุนอนุรักษ์พระราชวังพญาไท” สอบถามรายละเอียดได้ที่ ชมรมคนรักวัง ในพระอุปถัมภ์ฯ โทร.๐-๒๓๕๔-๗๗๓๒, ๐-๒๓๕๔-๗๙๘๗ ในวันและเวลาราชการ
กัญญา กาลกฤษณ์

มูลนิธิพระราชวังพญาไท



พระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่ง เป็นอาคารอิฐ ฉาบปูน สูง 2 ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรม ผสมผสานระหว่างโรมาเนสก์กับโกธิค
พระราชอุทยานในพระราชวังพญาไทสำหรับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ
ย้อนกลับไปประมาณ 100 ปี ถนนราชวิถีเป็นเพียงถนนสายสั้นๆ เริ่มต้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาสุดที่ด้านหลังพระราชวังสวนดุสิต
เดิมมีนามว่า พระที่นั่งลักษมีพิลาส ตามพระนามของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระชายา อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี