พระราชวังพญาไท
หน้าแรก ดุสิตธานี

ดุสิตธานี

อีเมล พิมพ์ PDF

พระตำหนักเรือนต้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ครองราชย์เพียง ๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๔๖๘) ในช่วงเวลาอันสั้นนี้ พระองค์ทรงทำคุณประโยชน์ในด้านต่างๆให้เเก่ประเทศอย่างใหญ่หลวง ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่ได้เสด็จไปศึกษาต่างประเทศ

เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงสืบทอดพระราชภาระกิจต่อจากพระบรมราชชนกผู้ทรงอยู่ในราชสมบัติยาวนาน อีกทั้งพระราชกรณียกิจอันเป็นพระราชดำริในพระองค์อีกมากมาย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ โปรดเกล้าฯให้มีการใช้นามสกุลเป็นครั้งแรก ทรงสร้างสำนึกร่วมในชาตินิยม และได้พระราชทานธงชาติซึ่งยังคงใช้กันอยู่ในทุกวันนี้ ยิ่งกว่านั้น พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถอย่างยิ่งทางด้านการประพันธ์ พระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่านมีมากมายหลายประเภท ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง บทละคร บทละครแปลจากเชคสเปียร์ บทความปลุกใจ และอื่นๆอีกหลากหลาย พระราชกรณียกิจชิ้นสำคัญของพระองค์ท่าน ซึ่งมักจะไม่ได้รับการกล่าวถึงในหน้าประวัติศาสตร์ และเกือบจะลืมเลือนไปสำหรับคนสมัยนี้ ก็คือเมืองจำลองซึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า ดุสิตธานี หรือเมืองสวรรค์ ซึ่งนักเขียนพระราชประวัติผู้หนึ่งวิจารณ์ว่า “เป็นความคิดทางการเมืองที่แปลกที่สุดในโลก”

พระราชดำริในเรื่องนี้อาจเริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๘ เมื่อครั้งยังดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร และประทับที่พระตำหนักจิตรลดา ทรงโปรดเกล้าฯให้จัดเรือนแถวสำหรับพวกมหาดเล็ก และทรงทดลองการปกครองระบบนคราภิบาลหลายรูปแบบ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๖๑ เมื่อเสด็จไปประทับพักผ่อนพระอิริยาบทที่หาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี และในโอกาสที่ทรงสำราญพระราชหฤทัยร่วมกับข้าราชบริพารก่อสร้างเมืองทราย และมีพระราชดำริสร้างเมืองจำลองเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับถึงกรุงเทพ ฯ

เมืองดุสิตธานีถือกำเนิดที่พระราชวังสวนดุสิต อีกหนึ่งปีต่อมาเมื่อทรงแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังพญาไท ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ทรงโปรดเกล้าฯให้ย้ายเมืองดุสิตธานีมาตั้งบริเวณสวนหลังหมู่พระที่นั่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๒ ไร่ครึ่ง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆในธานีมีขนาดสูง ๒-๓ ฟุต ประกอบด้วย บ้านเรือนเอกชนพระราชวัง ศาสนสถาน และอนุสาวรีย์ สถานที่ราชการโรงทหาร ร้านค้า โรงพยาบาล ตลาด โรงแรม ธนาคาร สถานประกอบธุรกิจต่าง ๆ ทั้งมีถนนหนทางร่มรื่น แม่น้ำคูคลอง มีทั้งสวนสาธารณะ ชุ่มชื่นด้วยน้ำพุ และน้ำตก อีกทั้งกองดับเพลิง และ บริษัทไฟฟ้า ในเมืองดุสิตธานีมีงานรื่นเริงและงานพิธีเป็นประจำ อีกทั้งการแข่งเรือในแม่น้ำเกือบทุกคืน เวลาที่นี่กำหนดมาตรา ๑ ต่อ ๑๒ คือหนึ่งเดือนเท่ากับ ๑ ปีสากล

อาคารบ้านเรือนในเมืองจำลองนี้สร้างอย่างประณีต มีลวดลายละเอีบดงดงาม และมีแบบแปลกแตกต่างกันไปทั้งแบบยุโรป ไทย มัวร์ แล้วแต่รสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ เช่นบ้านหลังหนึ่งมีโดมแบบมัวร์ หน้าต่างและประตูโค้งรับกัน หลังหนึ่งมีสวนแบบโมกุลพร้อมด้วยน้ำพุในสระตามแบบแผน อีกหลังหนึ่งสร้างบนเนินเขาเป็นแบบสวิสซาเล่ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือเจดีย์ ซึ่งสร้างแบบปรางค์ขอมบนฐานช้างล้อม พระราชวังวัชรินทร์งดงามแบบไทยแท้ ล้อมรอบด้วยคูน้ำ ทวยนาครหรือพลเมืองดุสิตธานี ส่วนใหญ่เป็นพวกข้าราชบริพารและพระสหายใกล้ชิด หรือข้าราชการพลเรือน ทรงอนุญาตให้แต่ละคนเลือกแบบก่อสร้างตามใจชอบ ซึ่งต่างก็แข่งขันกันสนองพระราชประสงค์ให้เป็นหลังที่สวยงามที่สุด

ทว่าดุสิตธานี เมืองที่สว่างไสวด้วยไฟฟ้า และถนนหนทางที่คับคั่งไปด้วยผู้คนสมมติ ไม่ได้เป็นแค่ของเล่นของผู้ใหญ่ เป็นเมืองในนิยายดังเช่นบางคนในหมู่ข้าราชบริพารเคยชอบเอ่ยอ้าง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯทรงตั้งพระทัยให้เป็นเมืองตัวอย่างในหลาย ๆด้าน ดังพระราชดำรัสในวันเปิดศาลารัฐบาลเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๔๖๒ ว่า “วิธีการดำเนินการในธานีเล็กๆของเราเป็นเช่นไร ก็ได้ตั้งใจว่าจะให้ประเทศสยามได้ทำเช่นกัน ”

พระองค์ท่านทรงร่างธรรมนูญลักษณะปกครองคำในอารัมภบทแสดงชัดถึงพระราชเจตนารมย์ว่าก่อตั้งเมืองดุสิตธานีเพื่อส่งเสริมความคิดในเรื่องการปกครองตนเองให้มีขึ้นในราษฎรไทย บรรดาทวยนาครกว่า 200 คน ทั้งหญิงและชาย มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งนคราภิบาล ตำแหน่งซึ่งทุกคนไม่ว่าชายหรือหญิงก็สามารถเป็นได้หากมีทวยนาครอื่นรับรองอีกหนึ่งคน นคราภิบาล มีอำนาจแต่งตั้งคณะนคราภิบาล ประกอบด้วย เจ้าพนักงานการคลังเจ้าพนักงานโยธา ผู้รักษาความสะดวกของประชาชน และคณะนคราภิบาลจะเลือกตั้งสภาเลขาธิการ มีหน้าที่ดำเนินการด้านงานประจำของคณะนคราภิบาล

เมืองดุสิตธานีแบ่งออกเป็น ๖ เขตการปกครองแต่ละเขตจะเลือกเชษฐบุรุษหนึ่งคนเป็นตัวแทนในคณะนคราภิบาล นอกจากนี้พระองค์โปรดเกล้าฯให้ตั้งพรรคการเมืองขึ้นสองพรรค พรรคแถบน้ำเงินทรงเป็นหัวหน้าพรรค และพรรคแถบสีแดง นำโดยข้าราชบริพารท่านหนึ่ง ในสองปีแรกของเวลาดุสิตธานี มีการเลือกตั้ง ๗ ครั้งด้วยกัน และทุกสองปีจะมีการประกวดและให้รางวัลบ้านที่ได้มีการดูเเลรักษาดีเยี่ยม

ดุสิตธานีออกหนังสือพิมพ์รายวันสองฉบับ และรายสัปดาห์ หนึ่งฉบับ เนื่องด้วยพระองค์ท่านทรงห่วงใยและทรงตระหนักในพระทัยว่ามาตรฐานการหนังสือพิมพ์ของไทยยังต้องปรับปรุง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่พระองค์ท่านทรงเอาพระทัยใส่หนังสือพิมพ์ของดุสิตธานีเป็นพิเศษและทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการองค์หนึ่งของหนังสือพิมพ์ดุสิตสมิต ซึ่งมีขนาด ๑๒ หน้า ประกอบด้วยบทความกวีนิพนธ์ และภาพวาด ทั้งยังทรงมีพระราชนิพนธ์ลงพิมพ์ด้วยอย่างสม่ำเสมอ เช่น เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ซึ่งแสดงความรู้สึกนึกคิดของหนุ่มไทยคนหนึ่งที่กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน หลังจากได้ไปศึกษาต่างประเทศเป็นเวลานาน ทรงนิพนธ์เป็นเรื่องยาวถึง ๑๐ ตอน ลงในหนังสือดุสิตสมิต เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐

บุคคลนอกวงการบางคนที่ทราบว่าพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานธรรมนูญลักษณะปกครองสำหรับเมืองดุสิตธานี เริ่มมีกำลังใจและคาดหวังว่าพระองค์จะทรงมีแนวคิดเดียวกันในระดับชาติ แต่การณ์มิได้เป็นเช่นนั้น ถึงแม้ว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯจะมีพระราชดำริโน้มเอียงในทางประชาธิปไตย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หัวโบราณยังยืนกรานไม่เห็นชอบด้วย เสนาบดีท่านหนึ่งทูลเกล้าฯถวายความเห็นว่า “พลเมืองยังขาดความรู้ความเข้าใจ... ผู้ที่ต้องการให้มีรัฐสภาคิดได้แต่ประโยชน์ของตนเองยิ่งกว่าประโยชน์ของบ้านเมือง”

แม้ในแวดวงของดุสิตธานีก็มีปัญหาในการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงพยายามเป็นพลเมืองธรรมดาๆคนหนึ่ง โดยใช้ชื่อ นายราม ณ กรุงเทพ มีอาชีพเป็นเนติบัณฑิต ทวยนาครทั้งหลายไม่อาจเล่นบทตามพระองค์ท่านได้จึงต้องถวายตำแหน่งเชษฐบุรุษพิเศษยกให้เป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล เมืองดุสิตธานียุติบทบาทเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตใน พ.ศ. ๒๔๖๘ เมื่อพระชนฉายเพียง ๔๔ ปี เมืองจำลองถูกรื้อถอน อาคารบ้านเรือนหลายหลังเจ้าของขนย้ายออกไป ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้ขึ้นราอยู่ในห้องเก็บของ

เรายังพอจะเห็นเค้าว่าเมืองดุสิตธานีมีลักษณะเช่นไรที่หอวชิราวุธานุสรณ์ ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติอาคารแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงสิ่งของต่าง ๆในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยเฉพาะ ที่นี่มีอาคารจากดุสิตธานีที่ซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์สองสามหลังพร้อมด้วยภาพถ่ายจากสมัยนั้นที่พอจะจินตนาการได้ว่าอาณาบริเวณและมนต์เสน่ห์ของโลกเมื่อเกือบหนึ่งศตวรรตมาแล้วเป็นเช่นไร

แก้ไขล่าสุด ( วันอังคารที่ 03 มีนาคม 2009 เวลา 09:24 น. )  
ป้ายโฆษณา

สมัครสมาชิก


พระที่นั่งพิมานจักรี

Sample image พระที่นั่งองค์ประธานของหมู่พระที่นั่ง เป็นอาคารอิฐ ฉาบปูน สูง 2 ชั้น ลักษณะสถาปัตยกรรม ผสมผสานระหว่างโรมาเนสก์กับโกธิค อ่านเพิ่มเติม

สวนโรมัน

Sample 6 พระราชอุทยานในพระราชวังพญาไทสำหรับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ อ่านเพิ่มเติม

โรงนา

Sample image ย้อนกลับไปประมาณ 100 ปี ถนนราชวิถีเป็นเพียงถนนสายสั้นๆ เริ่มต้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยามาสุดที่ด้านหลังพระราชวังสวนดุสิต อ่านเพิ่มเติม

พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส

Sample image เดิมมีนามว่า พระที่นั่งลักษมีพิลาส ตามพระนามของพระนางเธอลักษมีลาวัณ พระชายา อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของพระที่นั่งพิมานจักรี  อ่านเพิ่มเติม